A : คือจุลินทรีย์ชีวภาพมีชีวิต (PSB) สูตรทรงพลัง ที่ช่วยดูแลระบบนิเวศในตู้ปลาแบบ All-in-One ในขวดเดียว
สรรพคุณหลักๆ มี 3 ด้าน ดังนี้ค่ะ:
💧 1. ช่วยทำให้น้ำใสสะอาด
* จะเข้าไปช่วยย่อยสลายของเสีย ขี้ปลา และเศษอาหารตกค้าง
* ช่วยกำจัดต้นตอของน้ำขุ่น และลดแอมโมเนียที่เป็นพิษต่อปลาค่ะ
🐠 2. ช่วยเสริมสุขภาพสัตว์น้ำ
* ตัวจุลินทรีย์ของเราเป็นโปรไบโอติกและแหล่งอาหารชั้นดี
* ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ปลา กุ้ง แข็งแรง แอคทีฟ ไม่ป่วยง่าย และช่วยลดความเครียดค่ะ
🌿 3. ช่วยบำรุงพืชน้ำ
* อุดมไปด้วยกรดอะมิโนและแร่ธาตุที่จำเป็น
* ช่วยกระตุ้นระบบราก ทำให้พืชน้ำแข็งแรง แตกยอดใหม่ และมีสีสันสวยงามค่ะ
สรุปง่ายๆ คือ ขวดเดียว... ช่วยดูแลครบทั้ง "น้ำใส", "ปลาแข็งแรง" และ "ต้นไม้งาม" เลยค่ะ 😊
A : ใช้ได้แน่นอนค่ะ และดีมากๆ ด้วยค่ะ! 👍เพราะวัสดุกรองในระบบกรองน้ำ จะทำหน้าที่เป็น "บ้าน" (ที่อยู่อาศัย) ชั้นดีให้กับจุลินทรีย์ AquaV+ ของเราเข้าไปยึดเกาะและขยายพันธุ์ค่ะ ยิ่งมีระบบกรอง จุลินทรีย์ของเราก็จะยิ่งมีที่อยู่เยอะ และช่วยกันย่อยสลายของเสียในตู้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีกค่ะ
(ข้อควรระวังเดียวคือ): หากในระบบกรองมี "หลอด UV ฆ่าเชื้อ" ให้ปิดหลอด UV ก่อนสัก 2 วันหลังจากเติม AquaV+ นะคะ เพื่อให้เชื้อเข้าไปหาที่เกาะให้เรียบร้อยก่อนค่ะ (ถ้าไม่มี UV ก็เปิดกรองรันน้ำตามปกติได้เลยค่ะ) 😊
A : ควรปิดไฟ UV ก่อนเสมอ เครื่อง UV ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าเชื้อโรคในน้ำ ซึ่งเค้าแยกไม่ออกค่ะว่าอันไหนเชื้อโรค อันไหนคือทีมงาน PSB ตัวดีของเรา ดังนั้น หลังเติม PSB AquaV+ ควรปิด UV ไว้อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง เพื่อให้เค้าได้เริ่มทำงานก่อน
A : งดยาและสารเคมี หลักการเดียวกับ UV เลยค่ะ ยาปลาหรือยาฆ่าตะไคร้ต่างๆ จะไปทำลายทีมจุลินทรีย์ของเราด้วย หากจำเป็นต้องใช้ยา ควรรักษาให้จบก่อน แล้วค่อยเติม PSB AquaV+ ลงไปช่วยฟื้นฟูระบบอีกครั้งค่ะ
A : ปลอดภัยและมีประโยชน์มากค่ะ AquaV+ เปรียบเสมือนปุ๋ยชีวภาพชั้นดีที่มีแมกนีเซียมและกรดอะมิโน ช่วยบำรุงให้พืชน้ำมีสีสันสดใส เจริญเติบโตได้ดี และช่วยลดภาระของพืชในการกำจัดของเสียในน้ำค่ะ
A : แม้จะเป็นจุลินทรีย์ธรรมชาติ 100% แต่การใส่ในปริมาณที่มากเกินไป (Overdose) ในตู้ที่มีของเสียสะสมสูง อาจทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลงชั่วคราว จากการที่จุลินทรีย์ทำงานพร้อมกันจำนวนมากค่ะ แนะนำให้ใช้ตามโดสที่ระบุ และควรมีระบบปั๊มลมหรือการตีน้ำที่เพียงพอเสมอค่ะ
A : ตอบ
1. "ไฟสีเหลือง ปกติ" (หรือไฟตู้ปลาทั่วไป) :
เปิดได้เลยค่ะ! ไฟเหล่านี้คือ "แสงสว่าง" ที่เป็น "อาหาร" หรือ "พลังงาน" ให้จุลินทรีย์ AquaV+ ของเราทำงานค่ะ ยิ่งเปิดไฟตู้ปลาตามปกติ (ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง สีขาว หรือสีฟ้า) ก็ยิ่งดีต่อจุลินทรีย์ของเราค่ะ
2. "ไฟ UV" (ที่เราห้ามเปิด) :
ที่คุณลูกค้าถามว่า "ไฟสีม่วง" ใช่ไหม... ขออธิบายเพิ่มเติมนะคะ : ถ้า "ไฟสีม่วง" ของคุณลูกค้าคือ "ไฟประดับตู้ปลา" ที่ให้แสงสีม่วงสวยงาม อันนี้ เปิดได้เลยค่ะ ไม่เป็นอันตรายค่ะ
แต่ "ไฟ UV" ที่เราห้ามเปิด นั้น หมายถึง "หลอด UV ฆ่าเชื้อ" (UV Sterilizer) โดยเฉพาะค่ะ ซึ่งเป็นหลอดที่มักจะติดตั้ง "ซ่อนไว้ในระบบกรอง" หรือในเครื่องกรองนอกตู้ มีหน้าที่ "ฆ่าเชื้อโรค" (และจะฆ่าเชื้อดีของเราไปด้วย) ค่ะ
สรุปสั้นๆ คือ : ไฟตู้ปลาทั่วไป (ทุกสี): เปิดได้เลยค่ะ (ดีมาก)
หลอด UV ฆ่าเชื้อ: ต้องปิดก่อนค่ะ (ประมาณ 2 วันหลังจากเติม AquaV+) สบายใจได้เลยนะคะ เปิดไฟสีเหลืองเลี้ยงปลาได้ตามปกติเลยค่ะ 😊
A : สามารถใส่ลงไปในตู้ปลา... ทั้งๆ ที่ปลายังอยู่ในน้ำ... ได้เลยค่ะ! คุณลูกค้าไม่ต้องย้ายปลาออกก่อนเลยนะคะ 😊
AquaV+ ของเราเป็น จุลินทรีย์ชีวภาพจากธรรมชาติ 100% ค่ะ ไม่ใช่สารเคมี จึง ปลอดภัยต่อปลา กุ้ง และพืชน้ำทุกชนิด โดยตรงค่ะ ในทางกลับกัน การใส่ลงไปตอนมีปลาอยู่ยังเป็นประโยชน์กับน้องปลาทันทีด้วยค่ะ เพราะจุลินทรีย์จะเข้าไปช่วยย่อยสลายของเสียในน้ำ และยังเป็นโปรไบโอติกชั้นดี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ปลาแข็งแรงด้วยค่ะ (อย่าลืมเขย่าขวดแรงๆ ก่อนใช้นะคะ!)
A : โดยปกติแล้วจุลินทรีย์ PSB จะมีกลิ่นเฉพาะตัวค่ะ
✅กลิ่นตุ่ยๆ คล้ายของหมัก หรือกลิ่นดินหลังฝนตก: กลิ่นแบบนี้คือ "กลิ่นปกติ" ของจุลินทรีย์ที่แข็งแรงค่ะ เป็นตัวยืนยันว่าเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพแท้ 100% ที่ไม่ได้แต่งกลิ่นเคมี เมื่อใช้ในตู้ปลา กลิ่นจะจางหายไปอย่างรวดเร็วค่ะ
❌กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง: ถ้าเป็นกลิ่นแบบนี้จะถือว่า "ผิดปกติ" ค่ะ อาจเกิดจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม
A : AquaV+ ไม่ใช่สารเคมี แต่ประกอบด้วย จุลินทรีย์สังเคราะห์แสง (PSB) ที่มีชีวิตและอัดแน่นอยู่ในทุกขวด กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์นี้คือเครื่องยืนยันถึง ความเข้มข้นของเนื้อเชื้อ (High Density Biomass) ที่ยังมีชีวิตอยู่จริงค่ะ ซึ่งทางเราได้ควบคุมกระบวนการผลิตให้กลิ่นมีความสมดุล (Balanced Scent) ไม่รุนแรงจนเกินไป และปลอดภัยต่อผู้ใช้งานค่ะ
A : ให้สังเกตที่ ความเข้มของสีแดง เป็นหลักค่ะ ตราบใดที่น้ำในขวดยังมี สีแดงเข้มสดใส (Deep Red Pigment) แสดงว่าจุลินทรีย์ยังคงแข็งแรง มีพลังงาน และมีประสิทธิภาพเต็ม 100% ค่ะ (เมื่อเติมลงในน้ำ กลิ่นเฉพาะตัวจะจางหายไปอย่างรวดเร็วและเชื้อจะเริ่มทำงานทันทีค่ะ)
A : เนื่องจากเป็น "จุลินทรีย์กินแสง" แนะนำให้เก็บใน บริเวณที่มีแสงสว่างส่องถึง (Indirect Light) เช่น ริมหน้าต่างที่มีแสงรำไร หรือในห้องที่เปิดไฟ แสงสว่างจะช่วยรักษาสีของเชื้อให้แดงเข้มและสดใหม่อยู่เสมอค่ะ (ข้อควรระวัง: ห้ามวางตากแดดจัดกลางแจ้ง หรือในที่ร้อนอบอ้าว เพราะความร้อนจะทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพและเชื้อน็อคได้ค่ะ)
A : หากจัดเก็บในอุณหภูมิห้องปกติและมีแสงสว่างส่องถึง ผลิตภัณฑ์จะคงประสิทธิภาพสูงสุดและสีแดงสวยงามได้นาน 6 เดือน ถึง 1 ปี ค่ะ
A : ปริมาณการใส่ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานค่ะ
💧 สำหรับดูแลน้ำใสเป็นประจำ (Maintenance): ใส่ทุก 1-2 สัปดาห์
ใช้อัตราส่วน: 0.5 มล. ต่อน้ำ 1 ลิตร (หรือ 1 ฝา ต่อน้ำ 15 ลิตร)
🚑 สำหรับตั้งตู้ใหม่ หรือ แก้น้ำขุ่น/มีกลิ่น (Treatment):
ใช้อัตราส่วน: 1 มล. ต่อน้ำ 1 ลิตร (หรือ 2 ฝา ต่อน้ำ 15 ลิตร)
A : ขึ้นอยู่กับขนาดขวดที่คุณลูกค้าใช้งานค่ะ
ใช้ "ฝาขวด" (สำหรับทุกขนาด 120ml, 300ml, 500ml)
ฝาขวดมาตรฐานของ PSB AquaV+ มีปริมาตร 7.5 ml ต่อ 1 ฝา
เหมาะสำหรับ: ตู้ขนาดเล็ก หรือการเติมในปริมาณน้อย
ใช้ "ถ้วยตวง" (แถมฟรี! เฉพาะขวดใหญ่ 500ml)
ถ้วยตวงใสที่แถมไปให้ จะมีขีดบอกปริมาตร เต็มถ้วยเท่ากับ 15 ml (เท่ากับ 2 ฝาขวด)
เหมาะสำหรับ: ตู้ขนาด 24 นิ้วขึ้นไป เพื่อความรวดเร็วในการตวง ไม่ต้องหมุนเปิดฝาหลายรอบค่ะ
A : สาเหตุที่ตะไคร่บูมขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงแรก เกิดจากการที่จุลินทรีย์ PSB AquaV+ เข้าไปทำงานย่อยสลายของเสียและขี้ปลาในระบบอย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการนี้จะเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นสารอาหารละลายอยู่ในน้ำในปริมาณมาก หากในช่วงนี้ตู้ปลาได้รับแสงแดดจัด หรือมีการเปิดไฟนานเกินไป จะเป็นการกระตุ้นให้ตะไคร่นำสารอาหารเหล่านี้ไปใช้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตู้ที่ไม่มีไม้น้ำคอยช่วยดูดซับสารอาหาร)
วิธีแก้ไขและการปรับระบบเร่งด่วน:
⛲ เปลี่ยนถ่ายน้ำ:
ให้เปลี่ยนน้ำออก 20-30% ทันที เพื่อนำสารอาหารส่วนเกินออกจากระบบ
🔅 ควบคุมแสง:
ลดระยะเวลาการเปิดไฟลงเหลือ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน และหลีกเลี่ยงไม่ให้ตู้โดนแสงแดดโดยตรงในช่วงนี้
✅ หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ชั่วคราว:
ให้หยุดเติม PSB AquaV+ และขัดตะไคร่ออกก่อน เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นจึงค่อยกลับมาใช้ในปริมาณที่ลดลงครึ่งหนึ่ง
คำแนะนำเพิ่มเติม: เพื่อความสมดุลในระยะยาว แนะนำให้หาไม้น้ำ (เช่น ไม้น้ำลอยน้ำ, จอก, แหน) มาใส่เพิ่ม เพื่อช่วยดูดซับสารอาหารตัดวงจรการเกิดตะไคร่ แต่หากไม่สะดวกเลี้ยงไม้น้ำ ให้เน้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำให้บ่อยขึ้นในช่วงแรกแทน